Better Life

คุณเช่าเทคโนโลยี เหมือนผมหรือเปล่า?

เช่าที่ไหน ปัจจุบันซื้อสด บางคนบอก

โอเค ไม่ได้เช่า ไม่ได้ซื้อสด แต่หลังจาก 10 เดือนไปมันก็ตกเป็นของเรา

ปัจจุบันผมมองว่า เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนจากซื้อขาดเป็น “เช่าใช้” และแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ สำหรับน้องๆ ที่อายุน้อยกว่าผม (เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มชรา แต่ใจยังสู้นะฮ้าฟ) อาจจะยังมองไม่เห็นจุดนี้ แต่พี่ๆ เพื่อนๆ น่าจะมองเห็นได้ดีกว่า

เรื่องนี้คิดมาได้เกือบปีแล้ว (เห็นพี่ๆ พูดว่ามันคือการตกผลึก) ไม่เห็นว่ามันขยับไปไหน มันคงตกผลึกจนแห้งกรอบเป็นมันฝรั่งเลย์แล้ว มาดูกันว่าคิดเหมือนกันหรือเปล่า

ส่วนแรกคือ เทคโนโลยีเช่าใช้ฝั่ง Hardware

แรกๆ ถ้าซื้อคอมพิวเตอร์มาสักเครื่อง หรือสมาร์ทโฟนสักอัน เราจะคิดว่าได้มาเป็นเจ้าของ ซื้อแล้วซื้อเลยนั้น ผมว่าเราหลงเข้าไปในกลไกของมันแล้วล่ะ

ถ้าเป็นเมื่อก่อนหน่ะโอเค ออกปีหนึงรอบหนึง แต่ตอนนี้มันลุยดาหน้าตั้งออกมาทุกๆ เดือน และพอผ่านไปครบรอบปีมันก็จะมีรุ่นน้องใหม่ใสปิ๊งออกมายั่วยวนเรา

ใช้มือถือเครื่องละ 24,000 บาท ทุกปี เราต้องจ่ายค่าเช่า เริ่มต้นที่เดือนละ 2,000 บาท

ลองนึกง่ายๆ สมาร์ทโฟนเครื่องหนึง 24,000 บาท (จริงๆ มันเฉียดๆ อ่ะนะ แต่ซื้อมา รวมเคสมันก็ปัดขึ้นพอดี)

ถ้าเราใช้เครื่องนี้ครบ 12 เดือน แล้วเจอเครื่องใหม่ โอว สวย กล้องเทพ รุ่นที่อยู่ในมือมันสั่นนนน ต้องซื้อ ต้องซื้อ

แปลว่าคุณเช่า เทคโนโลยีนี้ เดือนละ 2,000 บาท

ถ้าคุณอดใจไว้ รออีกรุ่น อีก 1 ปี แปลว่าคุณเช่าเทคโนโลยีนี้ เดือนละ 1,000 บาท

นั่นคือต้นทุนต่อเดือนที่พวกเรามีในปัจจุบัน และน้องๆ หรือลูกหลานเราก็คงไม่พ้นการเช่าเทคโนโลยีแบบนี้

คำถามที่ผุดขึ้นมาตอนนี้คือ “แล้วเราได้กำไรจากการลงทุนนี้หรือเปล่า?”

มีพี่ๆ น้องๆ หลายคนจากเฟสบุ๊ค แนะนำว่า มันยังสามารถคิดค่าเสื่อมราคา หรือขายต่อ เพื่อลด “ค่าเช่ารายเดือน” นี้ได้เหมือนกัน

ครั้งหน้าจะขอมาแบ่งปันว่าผมขาดทุน,​ คุ้มทุน, หรือได้กำไรจากการเช่าเทคโนโลยีพวกนี้ยังไงนะครับ

เอาล่ะ นึกดีๆ นะครับ ตอนนี้คุณเช่าเทคโนโลยีอะไรอยู่บ้าง?

ขอบคุณภาพจากคุณ Hansel5569 ด้วยครับ

 

 

 

Loading Facebook Comments ...
Menu